apattama@hotmail.com

เยือนเย็น

เสียดายที่เราไม่รู้จักองค์กรนี้ ตอนที่ แม่เราป่วยหนัก เจอเรื่องนี้จากไลน์ทมีคนส่งต่อกันมาจึงอยากจะมาแชร์กับเพื่อนๆที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่อยู่นะคะ

 

ปีที่แล้วพ่อเข้าออกโรงพยาบาลถี่มาก พี่จ๊วบพี่แจ๊กต้องเรียกรถพยาบาลมารับพ่อไปโรงพยาบาลกันตอนดึกๆดื่นๆแทบทุกเดือน – พ่อเป็นคนติดบ้าน พออาการดีขึ้นก็จะถามหมอทุกคนที่เดินเข้ามาว่าจะได้กลับบ้านวันไหน – ระหว่างรอก็นอนถอนหายใจเฮือกๆ บ่นว่าคิดถึงบ้าน 

 

สิ้นปีพี่จ๊วบพี่เมตถามพวกเราว่าอยากใช้บริการของ “เยือนเย็น” ไหม – เยือนเย็นเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ก่อตั้งโดย ศ. ดร. นพ.อิศรางค์ นุชประยูร ศาสตราจารย์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – คุณหมอได้ริเริ่มโครงการนี้เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยและครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการเติมเต็มคุณภาพชีวิตในช่วงเวลาสุดท้าย 

 

คุณหมอเคยให้สัมภาษณ์ว่า “เดิมทีหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็ง หากผู้ป่วยต้องการรักษาโรคนี้ให้หายก็ต้องแลกกับความเจ็บปวดในการรักษา ทั้งจากการผ่าตัด ฉายรังสี เคมีบำบัด ซึ่งสำหรับโรคมะเร็งบางชนิดนั้น หากเป็นเยอะแล้วก็จะเข้าสู่ระยะลุกลาม รักษาไม่หายแล้วยังอาจกลับมาใหม่ เราเรียกกรณีแบบนี้ว่าเป็นการยอมเจ็บตัวเพื่อรักษา แต่ก็ไม่หายจากโรค ซึ่งเมื่อผู้ป่วยรู้แบบนี้แล้ว เขาก็เลือกที่จะไม่เดินเส้นทางนี้ เพราะเขาอยากที่จะอยู่สบาย ตายอย่างสงบ หรือที่เรียกว่า “ตายไม่กลัว กลัวทรมาน” มากกว่า … ซึ่งนี่เป็นที่มาของเยือนเย็น โดยเราก็จะเลือกดูแลผู้ป่วยที่คิดแบบนี้เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตตอนปลายอย่างมีความสุข สามารถที่จะอยู่กับลูกหลานและทำทุกอย่างที่ชอบได้โดยไม่ต้องกังวลกับความเจ็บปวดจากการรักษา ถ้าในวงการแพทย์เราเรียกการดูแลแบบนี้ว่าเป็นการดูแลแบบประคับประคอง หรือการดูแลแบบชีวาภิบาล (Palliative Care) โดยมุ่งเน้นไปที่การเติมเต็มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันสุดท้ายที่จะมาถึง โดยผู้ป่วยและครอบครัวสามารถวางใจได้ว่าแม้จะเป็นโรคมะเร็งก็ไม่ต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่สามารถรักษาที่บ้านได้” 

 

เมื่อพวกเรา (แม่ พี่แจ๊ก พี่จ๊วบ พี่เมต หมู) ตัดสินใจว่าอยากรับบริการจากเยือนเย็น คุณหมออิศรางค์ก็นัดมาสัมภาษณ์พ่อและครอบครัวทุกคนที่บ้านเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าแต่ละคนมีความเชื่อและความคาดหวังกับการใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายของพ่ออย่างไรบ้าง หลังจากนั้นคุณหมอและทีมงานจึงจะวางแผนการรักษาและติดตามอาการของพ่อ (โดยช่องทางหลักจะเป็นการติดต่อผ่านไลน์) 

 

เมื่อเข้าใจตรงกันว่าเราเน้นเรื่องคุณภาพชีวิต การรักษาจึงมุ่งไปที่การทำอย่างไรให้พ่อเจ็บปวดทรมานน้อยที่สุดและให้พ่อได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบมากที่สุด – อยากกินอะไรก็ได้กิน ไม่ต้องซีเรียสกับภาวะน้ำตาลสูงน้ำตาลตก – จุดไหนเจ็บปวดก็ทานมอร์ฟีนบรรเทาปวด – เมื่อเริ่มมีอาการคล้ายจะติดเชื้อ ก็ให้ทานยากันไว้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอผลเพาะเชื้อออก – วันไหนหลับยาวก็ไม่ต้องปลุกมาทานยาให้ตรงเวลา – วันไหนไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน ฯลฯ (คุณหมอเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ตั้งใจจะบำบัดความทุกข์ทั้งมวล เช่น ความปวด ซึ่งไม่ใช่แค่บรรเทาปวด แต่ว่าทำให้ความปวดหายเกลี้ยง ต้องไม่ปวดสักวันหนึ่ง นี่คือเป้าหมายของเรา เราเน้นว่าเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรให้สร้างสรรค์ เติมเต็มคุณภาพชีวิต นี่คือส่วนเล็ก ๆ แต่เป็นส่วนสำคัญที่สุด”) 

 

ตั้งแต่วันนั้นมา พ่อไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกเลยจนถึงวันสุดท้าย – แม้แต่การเปลี่ยนสายปัสสาวะที่เคยต้องไปทำที่โรงพยาบาลทุกเดือน ทางเยือนเย็นก็ส่งทีมงานมาบริการถึงบ้าน – การเจาะหรือเก็บเชื้อเมื่อเกิดอาการต่างๆ ก็ทำที่บ้านและส่งให้แล็ปที่ รพ. จุฬา ตรวจให้ – เวลามีอาการที่แปลกไปจากเดิม คุณหมอก็ให้ถ่ายวีดีโอส่งให้ดูทางไลน์หรือแวะมาดูให้เองที่บ้าน – ช่วงไหนเราไม่ได้รายงานอะไร คุณหมอก็ไลน์มาสอบถามว่าทุกอย่างปกติดีไหม 

 

เมื่ออาการของพ่อมาถึงช่วงสุดท้าย คุณหมอขอพบแม่และพี่แจ๊กเพื่อแจ้งให้ครอบครัวทำใจว่าพ่อกำลังจะจากไป – ในวันที่ระบบต่างๆของพ่อค่อยๆหยุดทำงาน คุณหมอทยอยส่งคลิปและข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่อาจจะพบเพื่อให้พวกเราเตรียมใจรับมือในแต่ละเสต็ป – วันไหนรู้สึกยากลำบาก คุณหมอถามว่าอยากให้คุณหมอแวะมาหาไหม 

 

และทั้งหมดที่เล่ามานี้ไม่มีค่าบริการ!!! 

.

.

.

.

เนื่องจาก เยือนเย็น เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่ได้เน้นที่ผลกำไร ดังนั้นค่าบริการต่างๆของเยือนเย็นจึงขึ้นกับผู้รับบริการแต่ละบ้าน ใครสะดวกชำระเท่าใหร่ก็เท่านั้น (แน่นอนว่าคุณหมอและทีมงานมีค่าใช้จ่ายกันทุกวันไม่มีหยุด แต่คุณหมอยืนยันว่าไม่ต้องการให้ค่ารักษาเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการนี้) 

 

ครอบครัวเราได้สัมผัสการทำงานของเยือนเย็นเป็นเวลาเกือบ 4 เดือน รับรองได้เต็มปากว่า สำหรับพ่อและสำหรับทุกคนในครอบครัวเรา นี่คือของขวัญที่ดีที่สุดในการจากลา – หมูพูดบ่อยๆว่าเราเป็นหนี้บุญคุณคุณหมออิสรางค์และทีมงานเยือนเย็นทุกท่านเป็นอย่างมาก – ถ้าไม่มีเยือนเย็นเราคงต้องลาพ่อที่ ICU ของโรงพยาบาลไหนสักแห่ง – พ่อคงไม่ได้ตายอย่างสงบที่บ้าน ท่ามกลางคนที่พ่อรักแบบนี้ – พวกเราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักเยือนเย็น และร่วมสนับสนุนเยือนเย็นกันมากๆ (ดังนั้น ใครที่อ่านแล้วอยากแชร์โพสต์นี้ ทำได้เลยไม่ต้องขออนุญาต หมูยินดีและขอบคุณมากๆ)

 

ครอบครัวไหนสนใจรับบริการและมีทุนทรัพย์มากพอก็อยากให้จ่ายค่าบริการมากหน่อย – ใครมีไม่มากก็จ่ายน้อยหน่อย – ใครยังไม่ได้ใช้บริการแต่อยากร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยให้เยือนเย็นสามารถดูแลทุกครอบครัวที่ไม่มีทุนทรัพย์ต่อไปได้นานๆ ก็อยากเชิญชวนให้บริจาคกันตามศรัทธา

 

📌 สนใจร่วมทำบุญได้ทางธนาคารทีเอ็มบีธนชาติ (TTB) ชื่อบัญชี: มูลนิธิยุวพัฒน์เพื่อเยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม เลขที่บัญชี: 075-2-40408-7 (ขอใบลดหย่อนภาษีได้) 

 

📌 สนใจอ่านข้อมูลเกี่ยวกับเยือนเย็นเพิ่มเติมกดลิงค์นี้ https:///resource/yuenyen/

 

📌 สนใจการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน ติดต่อ เยือนเย็น ได้ที่:

Facebook: เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม fb.com/yuenyenSE/

LineID: YYEN2018, YYEN0555, YYEN4999

โทร. 0807766712, 0923750555, 0925714999

    3

    ชมอาทิตย์อุทัยแบบ XXX

    (ภาพประกอบเอามาจากเวปไซต์ค่ะ)

    การชมพระอาทิตย์ขึ้น หรือ ตกเป็นกิจกรรมยอดฮิตของการท่องเที่ยว ฉันก็ได้ไป
    ชมการขึ้นนลงของดวงอาทิตย์มาก็หลายแห่งหลายประเทศแล้ว บอกได้ว่า ประสบการณ์ที่เมืองBeppu ประเทศญี่ปุ่น เป็นการชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ exotic, exciting และ (เรท)X มากที่สุดในชีวิต

    เมือง Beppu เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องบ่อน้ำแร่มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น  ฉันและเพื่อนๆอีก 7 คนพากันไปเที่ยวเกาะคิวชูตอนเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 ก่อนปิดประเทศเนื่องจากโควิด19ไม่นาน เราไปกันหลายเมืองของเกาะคิวชู ตระเวนแช่น้ำไปตามแหล่งที่มีชื่อเสียง จบลงที่เมือง Beppu ณา เพื่อนผู้แสนดีหัวหน้าทริป จัดให้เราพักที่ Suginoi Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมขนาดใหญ่เป็นตึกที่มีหลายปีก หลายชั้น ณาบอกว่าจะได้เปลี่ยนบรรยากาศจากโรงแรมแบบ Onsen ทั่วๆไป ซึ่งก็เป็นการเลือกที่ถูกต้อง

    ห้องอาบน้ำแร่ของโรงแรมนี้ใหญ่โตมาก มีทั้งแบบภายในและภายนอกอาคาร ตั้งอยู่บนชั้นที่ค่อนข้างสูง ถ้าออกไปแช่น้ำแร่ในบ่อภายนอก (ซึ่งแน่นอน…ต้องแก้ผ้า) ก็จะได้เห็นวิวของเมืองและเห็นทะเลอยู่จี๊ดนึงไกลๆ  เมื่อเราเข้าพัก เค้าจะมีการแจ้งว่าวันรุ่งขึ้นพระอาทิตย์จะขึ้นเวลากี่โมง

    คืนนั้น พวกเราก็พากันไปอาบน้ำแร่รอบนึงก่อน ออกไปบ่อนอกอาคารก็เขินหน่อย แต่ก็ยังดีที่เป็นตอนกลางคืน เดินเวิ้งว้างไปตามบ่อเล็กบ่อน้อยก็ยังไม่ค่อยกระไร คุยกันว่าเราก็ไม่อยากพลาดการชมอาทิตย์อุทัยซึ่งมุมที่จะได้เห็นต้องมองจากบ่อน้ำแร่ภายนอก กับสระว่ายน้ำ(ซึ่งไม่มีใครลงเพราะเป็นหน้าหนาว)เท่านั้น จึงตื่นกันแต่เช้า กระมิดกระเมี้ยนเดินออกไปภายนอกซึ่งสว่างแล้ว แต่ละนางหาทำเลเหมาะๆที่คิดว่าน่าจะเห็นขอบฟ้าอันไกลโพ้นได้ดีที่สุด ทั้งญี่ปุ่น ไทย ทั้งสาว ทั้งแก่แช่อยู่ในบ่อโผล่แต่หัว หันหน้าไปทางเดียวกันคือ “ทะเล” รอคอยอย่างอดทน  พอแสงแรกของพระอาทิตย์มาถึง เสียงคนญี่ปุ่นพากันพูดว่า “มาแล้ว มาแล้ว” เท่านั้นแหละ ไม่มีการนัดหมายใดๆ สาวๆทั้งหลายพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนพรึ่บ  เพื่อจะได้มองพระอาทิตย์ที่ขอบฟ้าให้ถนัดถนี่ที่สุด ชัยภูมิข้าพเจ้าอยู่กลางบ่อจะนั่งแช่อยู่แต่ในน้ำเห็นแต่ก้นสาวแก่แม่ม่ายญี่ปุ่นกระไรได้  ยืนตามสิคะ รออะไร แค่นั้นไม่พอ บรรดาโอบาซัง(คุณน้า) โอบ้าซัง(คุณยาย) พากันยกมือขึ้นพนมก้มหัวขอพรจากพระสุริยา ปัทมาไม่รอช้า ยกมือตามขอพรทันที “ขอให้พ่อแม่ลูกช้างอาการดีขึ้นจากการป่วยด้วยเถิด…เจ้าประคู้น”

    ไม่นานหลังจากนั้นบรรดาชีเปลือยทั้งหลายก็ลดตัวลงนั่งแช่น้ำอีกแป๊บ เพราะมันหนาว  แล้วก็พากันแยกย้าย

    ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่าจะมีวันนี้ที่ตัวเองยืนแก้ผ้าขอพรจากอาทิตย์อุทัย  X ไหมล่ะ?

    0

    มาบริจาคเงินให้โรงพยาบาลราชวิถีกันเถอะ

    วันนี้ไปหาหมอที่รพ.ราชวิถีในเวลาปกติ คนไข้+ญาติมากมายมหาศาลล้านเจ็ด  รอไปเกือบ 2 ชั่วโมง เค้าประกาศว่า วันนี้หมอไม่มา เพราะไม่สบายมาก เพิ่งโทรมาลา ไม่โมโหสักนิด แถมเดินไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาล น้องเจ้าหน้าที่บอกว่า เคลมภาษีได้ 2 เท่า และหนูยื่นสรรพากรให้แล้วนะคะ แปละว่า ปลายปีไม่ต้องห่วงเรื่องเก็บใบเสร็จไปเคลมคืนภาษี  อันนี้ใช่ไหมที่เรียกว่า E-Donation

    อยากให้เพื่อนๆช่วยกันบริจาคห้รพ.นี้บ้าง เทียบกับรพ.รัฐบาลอีก 3 แห่งที่ดังๆแล้ว ที่นี่น่าสงสารมาก ช่วยคนจน โดยเฉพาะเรื่องโควิด แต่ไม่ค่อยมีใครนึกถึง  กว่าจะสร้างตึกเสร็จสักตึกนึงต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี เพราะต้องรองบประมาณรายปี ในขณะที่รพ.ดัง ทำแปร๊บเดียวเสร็จ ความหรูหราก็ต่างกันมาก 

    Add Line ตาม QR code ในรูปได้เลยนะคะ อนุโมทนาสาธุล่วงหน้าค่ะ

    1

    เพื่อนๆที่ลงทะเบียนเว็บไซต์เราแล้ว มารายงานตัวกันหน่อยจ้า

    อยากรู้จังว่าเพื่อนที่ลงทะเบียนแล้ว มีใคร มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า ถ้า เข้ามาถึงนี่ได้ รายงานตัวใน Comment ด้านล่างเลยจ้าขอบคุณค่ะ

    0

    ทำอย่างไรเมื่อคนที่มีประกันสังคมติดโควิด 19

    วันจันทร์ที่ผ่านมา (4 ตค. 64) ตรวจพบลูกน้องติดโควิด 19 ทีเดียว 7 คน ลมแทบจับ คิดปั่นป่วนว่าจะเอายังไงดี โชคดีที่สถานการณ์ตอนนี้เริ่มคลี่คลายไปมากแล้ว ครั้งแรกโทรไปรพ.นพรัตน์ฯ ได้รับคำตอบที่ไม่น่าพอใจ  เลยโทรไปรพ.ลาดพร้าว เค้าบอกว่าเอา ATK ที่ positive มาเค้าจะตรวจ RT PCRให้ ถ้าอยากอยู่ Hospitel ก็เก็บเสื้อผ้ามาแลย ถ้ามีประสังคมทุกอย่างฟรี ไม่ว่าจะเลือกรพ. ลาดพร้าวหรือไม่ ต่างด้าวมีประกันสังคมก็ฟรีเหมือนกันจ้า  ไม่ต้องโทรผ่านศูนย์อะไรใดๆ  อู้ฮู้ ชีวิตง่ายจุง เหมือนยกภูเขาออกจากอก  หันกลับมามืนกับคนที่ไม่ติดแต่ต้องกักตัวต่อ 55

    เรื่องของเรื่องคือตอนนี้รพ.เอกชนที่มี Hospitel กำลังแย่งลูกค้ากันจ้าละหวั่น เพราะเป็นรายได้ของรพ.  รพ.ธนบุรีถึงมามาบริการตรวจโควิดให้ถึงแถวบ้านเราฟรี(แถวคลองเตย) เพื่อหารลูกค้าไปอยู่ Hospitel เลยทีเดียว เพื่อนๆที่อยู่แถวฝังธน ถ้ามีเคสแบบเดียวกันติดต่อรพ.ธนบุรีได้เลยนะจ๊ะ

    1